Writing

เรื่องของการริเริ่มเขียนหนังสือ  Writing

โดยเมื่อประมาณ 4,000 B.C. ปีก่อน การสื่อสารเหล่านี้ไม่ได้เป็นสิ่งที่สำคัญกต่อไปแล้วมนุษย์เราเริ่มทิ้งรูปแบบของการเข้ารหัสความหมายในการเขียน Writing ที่เราสามารถเข้าใจได้ในยุคปัจจุบัน พวกเขาได้ทิ้งรูปภาพที่สื่อความหมายถึงสิ่งต่าง ๆ เช่น กระถางต้นไม้ ตะกร้า เปลือกไม้ กิ่งไม้ กำแพง ขนสัตว์ เสื้อผ้า ก้อนหิน แผ่นหิน และใบไม้ สิ่งเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นรูปแบบต่าง ๆ ของสัญญาณ สัญลักษณ์ ภาพวาด และความคิดสร้างสรรค์ในทางศิลปะได้ถูกส่งผ่านไปสู่ความคิดที่สำคัญของสังคม

ลักษณะของการแสดงความคิดด้วยสัญลักษณ์ภาษาเขียน Writing เป็นอย่างไร

สำหรับในช่วงระหว่างปี 5,000 และ 4,000 B.C. ประชาชนหรือผู้คนบนโลกในตะวันออกใกล้ เริ่มมีการใช้ภาพวาดเป็นตัวแทนการนำเสนความคิดในลักษณะที่มีรูปแบบมากขึ้น ประชาชนส่วนใหญ่ในแถบนี้เป็นพวกเกษตรกร ซึ่งพวกเขาพยามที่จะเขียนให้ได้เพื่อจะได้นับจำนวนที่ดินที่ครอบครองอยู่ เขตแดน การขายพืชผล หรือสิ่งอื่น ๆ ได้อย่างถูกต้อง

และสำหรับพวกพ่อค้าที่ต้องการทราบจำนวนสินค้าของเขา ผลกำไร และการโฆษณาสินค้าได้อย่างถูกต้อง โดยทั่ว ๆ ไปสัญลักษณ์ที่คนเหล่านี้ใช้ คือ รูปภาพแทนสิ่งที่พวกเขารู้ ได้แก่ นก พระอาทิตย์ เรือ หัววัวมัดข้าว และส่วนต่าง ๆ ในร่างกายของมนุษย์

การเขียนเพื่อแสดงความรู้สึกเฉพาะได้เริ่มขึ้นเมื่อสัญลักษณ์เข้ามาเป็นตัวแทนของความหมายมาตราฐาน ซึ่งถูกทำหนดโดยการตกลงร่วมกันของผู้ให้ความหมาย สำหรับผู้ที่เข้าใจกฎเกณฑ์นั้น ภาพวาดธรรมดาที่เป็นลักษณะของมนุษย์ สามารถสื่อความหมายได้ว่า ผู้ชาย ภาพวาดของพระอาทิตย์ขึ้นอาจหมายถึง วัน 1 วัน ภาพเขียนรูปเท้าของมนุษย์อาจหมายถึง การเดิน และภาพคลื่นอาจหมายถึง น้ำ การใช้ภาพวาดเสนอเรื่องราว

คือการใช้รูปแบบของการเขียนในการนำเสนอ สัญลักษณ์แต่ละตัวเป็นตัวแทนความหมายของคำเพียงหนึ่งคำ และแนวคิดเพียงแนวคิดเดียวเท่านั้น เมื่อนำสัญลักษณ์รูปภาพเหล่านี้มารวมกันทั้งหมดอาจจะเล่าได้เป็นเรื่องราว ตัวอย่างเช่น ภาพวาดแต่ละภาพแทนความหมายดังได้กล่าวข้างต้นแม่น้ำเป็นเวลา 1 วัน เมื่อถูกนำมารวมกันแล้ว ก็อาจหมายความได้ว่า ผู้ชายคนหนึ่งเดินไปตาม

ระบบการสื่อสารแบบนี้ เรียกว่า การเขียนภาพความคิด หรือ  การเขียนความคิด คือการแสดงความคิดเฉพาะเรื่องหรือความหมายเฉพาะด้วยรูปภาพ บางครั้งก็อาจเรียกได้ว่า pictographic writing (การเขียนภาษาภาพ) ระบบภาพความคิดที่เรารู้จักกันดี คือวิวัฒนาการของการเขียนภาพในยุคอียิปต์ระยะต้นๆ จีน และมายา ของโลกใหม่ (Maya of the New word – มายา คือพวกอินเดียนแดงเผ่าหนึ่งในอเมริกากลาง

ภาพเขียนที่เป็นตัวแทนเสียง (Graphic representation of Sound)

ระบบการเขียนที่ง่าย คือ การเชื่อมโยงสัญลักษณ์รูปภาพให้เข้ากับเสียง ซึ่งไม่เกี่ยวกับความคิด  ความนึกคิด ในการแทนที่ภาพที่แสดงความหมาย  ส่วน phonograms คือ สัญลักษณ์รูปภาพที่เชื่อมต่อเสียงโดยเฉพาะ ตามกฎเกณฑ์ที่แพร่หลาย

ในกลุ่มคนที่พูดภาษาเฉพาะ ตัวอักษรในภาษาอังกฤษทั้ง 26 ตัวอักษรที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ คือ ตัวอย่างที่เนได้อย่างขัดเจนตัวอักษร  มาจากคำว่า alpha และ beta เป็นภาษากรีกโบราณ เช่นเดียวกับหนังสือและการพิมพ์ ได้ถูกจัดลำดับให้เป็นหนึ่งในความก้าวหน้าของมนุษย์ มันช่วยให้การอ่าน การเขียนซึ่งเป็นกิจกรรมที่ซับซ้อน ด้วยระบบของภาษาความคิด  คือ การรู้หนังสือที่อ่านออกเขียนได้แบบ “child’s play” เมื่อเราได้รู้จักกับ A B C

เช่นเดียวกับเด็ก ๆ ที่ได้เรียนในเรื่องของเสียง พยัญชนะ และสระ โดยการเชื่อมโยงตัวอักษรภาษาอังกฤษทั้ง 26 ตัวเข้าเป็นคำ และการใช้ตัวอักษรเหล่านี้กับตัวเลข และสัญลักษณ์แสดงวรรคตอน คำย่อ และอื่น ๆนอกจากนี้ เรายังสามารถเปลี่ยนรูปแบบการเขียนความคิดที่แสดงออกมาในรูปของภาษา

 

ดังนั้น เป็นเวลามากกว่า 2,000 ปี หลังจากมีความพยายามที่จะพัฒนาตัวอักษรที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันให้ดีขึ้นจากเดิม มนุษย์เราได้สืบทอดมรดกของตัวอักษรที่ใช้ในปัจจุบันซึ่งมาจากพวกโรมัน พวกเขาได้แก้ไขปรับปรุงให้ตัวอักษรที่นำมาจากพวก Etruscans ซึ่งได้ลอกเลียนมาจากตัวอักษรของพวกกรีกให้มีความสวยงามมากขึ้น แต่พวกกรีกก็ไม่ได้เป็นผู้สร้างตัวอักษรเหล่านี้พวกเขาได้แก้ไขปรับปรุงตัวอักษรให้มีความสวยงามขึ้นกว่าของพวก Phoenicians, Assyrians, Babylonians ไปจนถึงพวก Sumerians ซึ่งพวกนี้อาจจะเป็นผู้ที่เริ่มสร้างตัวอักษรก็ได้

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่