ผักโขม   มีประโยชน์อย่างไร?

 

 

 

ไม่ว่าจะเป็นคนในประเทศไหน ก็มักจะนำ ผักโขม มาเป็นส่วนผสมในอาหารที่เรารับประทานกัน ในทุกวันนี้หลากหลายเมนู แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า มันมีประโยชน์อย่างไรบ้าง มีสรรพคุณทางยาอะไร ที่สามารถช่วยบำรุงร่างกายได้ โดยหากรับประทานเข้าไปแล้ว จะมอบคุณประโยชน์อย่างไรบ้างต่อร่างกาย โดยบทความนี้เราจะพาทุกคนไปทำการศึกษากันถึงคุณประโยชน์ของผักชนิดนี้กัน

 

มีชื่อเรียกอย่างไรบ้าง สำหรับ ผักโขม คืออะไร?

 

มีชื่อสามัญเรียกว่า Amaranth และชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ผักโหม ผักหม (ภาคใต้), ผักโหมเกลี้ยง กระเหม่อลอเตอ (แม่ฮ่องสอน)

โดยจัดเป็นพืช ที่สามารถกำเนิดขึ้นได้ทั่วไปตามแหล่งธรรมชาติต่าง ๆ  เช่น ริมทาง ในป่าละเมาะ ในป่ารกร้าง บนสวนผักผลไม้ของชาวบ้าน เป็นต้น

 

 

รสชาติของผักโขมเป็นอย่างไร?

 

ผักชนิดนี้ จัดเป็นพืชที่ไม่มีรสชาติขม เหมือนชื่อของมัน แต่กลับมีรสชาติออกไปทางหวาน

 

มีคุณค่าทางสารอาหารอะไรบ้างที่อยู่ในผักโขม?

 

คุณค่าทางสารอาหารของผักโขมนั้นประกอบไปด้วย โปรตีน  กรดอะมิโน และวิตามิน

และแร่ธาตุต่าง ๆ อย่างเช่น

  • วิตามินเอ,บี 2,บี 6,บี 9
  • วิตามินเค
  • แคลเซียม
  • เหล็ก
  • แมกนีเซียม
  • โพแทสเซียม
  • ทองแดง
  • แมงกานีส
  • สังกะสี

 

 

 

คนประเภทใดควรหลีกเลี่ยงการรับประทานผักโขม?

 

โดยในผักชนิดนี้นั้น มีปริมาณของสารออกซาเลต ในปริมาณที่ค่อนข้างสูง (Oxalate) โดยถ้าหากผู้ที่ป่วยเป็นโรค

  • โรคนิ่ว
  • โรคเกาต์
  • โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

 

หรือผู้ที่ต้องการสะสมปริมาณของแคลเซียมในร่างกายปริมาณมาก ควรที่จะหลีกเลี่ยงการรับประทานในปริมาณมาก ๆ โดยมีคำแนะนำสำหรับการทำอาหารกับผักชนิดนี้ว่า

 

และถ้าหากนำไปทำการปรุงอาหารด้วยวิธีการทอด การคั่ว จะสามารถช่วยลดปริมาณสารออกซาเลตได้ดีที่สุด แต่การนำไปนึ่งหรือต้มจะช่วยลดลงได้บ้างระดับหนึ่ง

 

ประโยชน์และสรรพคุณมีอะไรบ้าง?

  • ช่วยบำรุงกำลังร่างกายทำให้มีสุขภาพที่แข็งแรง
  • ในมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่หลายชนิด ดังนั้นจึงมีส่วนช่วยในการชะลอวัยและความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายเมื่อมีอายุมากขึ้น
  • ช่วยส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนให้แก่ร่างกาย เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง จึงช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้เป็นอย่างดี
  • ช่วยบำรุงและรักษาสุขภาพสายตา ป้องกันความเสื่อมของดวงตา
  • มีส่วนช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุน
  • ช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง ชะลอปัญหาความจำเสื่อม
  • ช่วยบำรุงโลหิตในร่างกาย ให้เลือดมีความสมบูรณ์อย่างที่สุด
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้
  • ช่วยรักษาจังหวะการเต้นของหัวใจให้คงที่อยู่อย่างสม่ำเสมอ
  • ช่วยให้เจริญอาหาร แก้อาการเบื่ออาหารได้
  • ช่วยแก้อาการแน่นท้อง
  • ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้สะดวก เพราะมีเส้นใยสูง
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร
  • ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ (ราก)
  • ใช้รักษาโรคริดสีดวงทวารและจมูก (ทั้งต้น)
  • ช่วยแก้อาการปวดท้องประจำเดือน เพราะช่วยลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณช่องท้อง
  • ใช้แก้ผดผื่นคัน (ทั้งต้น)
  • ช่วยรักษาฝี กลาก เกลื้อน (ทั้งต้น)

 

โดยจะเห็นได้ว่า ผักชนิดนี้สามารถหามารับประทานได้ง่ายมาก เพราะเป็นพืชที่สามารถขึ้นได้ตามบ้านของเราโดยทั่วไป แถมยังมีสรรคุณทางยาและคุณค่าทางสารอาหารอยู่มากมายอีกด้วย เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพร่างกายของคนเราเป็นอย่างมาก

 

หากคุณต้องการอ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคต่างๆ สามารถอ่านได้ ที่นี่