social

สังคม social

เพราะด้วยความจำเป็นบางอย่างบางประกาที่ทำให้มนุษย์ต้องอยู่รวมกันเป็น กลุ่มก้อน หมู่เหล่า ซึ่งความจำเป็นเหล่านี้มักมาจากกรณีต่าง ๆ กัน ในการศึกษาสังคมวิทยา คือวิชาที่ว่าด้วยสังคมได้ถือเป็นเกณฑ์พิจารณาโดยอาศัยปัจจัยต่าง ๆ อันจะกล่าวถึงต่อไปเนื่องจากการมาอยู่วมกันเป็นกลุ่มกัอนเป็นหมู่เหล่าของมนุษย์ที่ รวมกันแบบสังคม social นี้เอง 

การศึกษาเรื่องของ สังคม social ในปัจจุบัน เป็นอย่างไร

สำหรับในการศึกษาสังคมวิทยายุคปัจจุบันนี้ เราจึงยอมรับกันว่า “มนุษย์เป็นสัตว์สังคม” อันเป็นคำกล่าวของอริสโตเติล ซึ่งเป็นนักปราชญ์ชาวกรีก โดยเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปในการศึกษาวิชาการทางสังคมสมัยใหม่ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากประเทศตะวันตก และยอมรับโดยความฝังใจว่าจะต้องเป็นเช่นนั้น ซึ่งเป็นการยากที่จะแก้ไขความจริงแล้วสังคมนั้นเป็นของที่มีความเป็นมาคู่กับมนุษย์

ทั้งนี้เนื่อง จากมนุษย์ใต้มีชีวิตอยู่วมกันเป็นหมู่เหล่า มีการติดต่อเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในหมู่ มวลสมาชิกสังคมด้วยกันเอง ซึ่งในวันหนึ่ง  มนุษย์มีความจำเป็นต้องติดต่อสัมพันธ์กับผู้อื่น โดยเริ่มจากคนที่ใกล้ชิดกับตัวเรามากที่สุดก่อนแล้วขย ยายตัวออกไปเป็นวงกว้างจนถึงคนที่ห่างไกลออกไป 

โดยเริ่มตั้งแต่สมาชิกตามธหมชาติที่ร่วมอยู่ในครอบครัวเดียวกันนั่นคือ บิดามารดา บุตรชิดา พี่น้องญาติ มิตร เป็นต้น จนถึงคนอื่นภายนอกที่อยู่ไกลออกไปโดยลำดับ ทั้งที่คุ้นเคยและไม่คุ้นเคยกัน เช่น คนขับรถ คนกวาดถนน คนงานก่อสร้าง ตลอดจนข้าราชการตามหน่วยงานต่าง ๆเป็นต้น 

การติดต่อสัมพันธ์กับคนเหล่านี้ แม้จะไม่ได้พูดกันโดยตรงก็สามารถสื่อให้เข้าใจความหมายกันได้ ทั้งทางตรงและทางอ้อมคนเรานั้น เมื่ออยู่รวมกัน มีความสัมพันธ์ติดต่อกันในลักษณะต่าง ๆ ที่แสดงให้เห็น

สภาพความคุ้นเคยสนิทสนมที่แต่ละคนต่างก็มีต่อกันและกัน ซึ่งความสัมพันธ์กันนี้ จะเริ่มจากความสัมพันธ์ที่เป็นไปทางธรรมชาติ อันเป็นความสัมพันธ์ ลักษณะปฐมภูมิ ความสัมพันธ์ในลักษณะนี้ เป็นความสัมพันธ์ที่มีความเป็นธรมชาติเป็นส่วนใหญ่ คือเป็นความสัมพันธ์ของผู้ที่ใกล้ชิด

 โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ทางสายโลหิต ที่สมาชิกแต่ละคนมักจะพบเห็นกันเป็นประจำในรูปของลรอบครัว บ้าง เพื่อนสนิทบ้าง เพื่อนฝูงบ้าง เป็นต้นต่อจากนั้นจึงขยายความสัมพันธ์ออกไปสู่สมาชิกอื่น ๆ ทั้งที่รู้จักกันและไม่รู้จักกัน ความสัมพันธ์ลักษณะนี้จะมีลักษณะเป็น ทุติยภูมิ คือ มีความเป็นทางการมากขึ้น เช่น การติดต่อกับสถาบันต่าง ๆเป็นต้น 

เหตุที่มนุษย์อยู่รวมกันเป็นสังคม

การที่มนุษย์มาอยู่รวมกันเป็นสังคมนั้นถือว่าเป็นความจำเป็นของมนุษย์เป็นอย่างมาก ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างต่าง ๆ กัน เช่น

 

  • มีระยะแห่งการเป็นทารกนาน

ตั้งแต่เกิดมาเป็นทารกไม่สามารถช่วยตัวเองได้ในระยะเริ่มต้นชีวิตหรือแรกเกิด นั่นคือมนุษย์ต้องสร้างพฤติกรรมที่เกิดจาก ต้องสร้างสมประสบการณ์ที่เกิดจากการเรียนด้วยตนเอง ซึ่งผิดกับสัตว์ประเภทอื่นที่เกิดมาแล้ว ไม่นานก็สามารถช่วยตัวเองได้ เพราะสัตว์อาศัยสัญชาตญาณ แต่มนุษย์มิได้เป็นเช่นนั้น จึงจำเป็นต้องได้รับการทะนุกนอมเลี้ยงดูฟูมฟักสักระยะหนึ่งจากผู้ให้กำเนิด หรือญาติพี่น้อง

สำหรับ การที่มนุษย์มีระยะเวลาการเป็นทารกนานนี้เอง จึงทำให้เกิดความจำเป็นที่มนุษย์ต้องใช้ชีวิตร่วมกันทำให้มนุษย์ในสังคมมีความสัมพันธ์ในรูปของครอบครัว การมีเครือญาติ วงศ์วาน เพื่อนบ้านตลอดจนขยายความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ที่อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยการช่วยเหลือเกื้อกุลกัน ตังกล่าวแล้ว รวมถึงเข้าไปมีความสัมพันธ์กับสงคมในต้านสถาบันต่าง ๆ เป็นต้น

  • ความสามารถด้านสมอง 

ตามปกติมนุษย์เรานั้นจะมีสมองประมาณ 1350-1400ลูกบาตเซ็นติเมตร ซึ่งเมื่อเทียบขนาดกับร่างกายแล้วจะมีปริมาตรมากและมีความสลับซับซ้อนมาก การเช่นนี้จึงทำให้มนุษย์สามารถติดตันอุปกรณ์และสิ่งของเครื่องใช้ และยังสามารถควบคุมธรรมชาติได้

 ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการคำรงชีพและอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มก้อน อันการต่าง ๆ เหล่านี้ มนุษย์ไม่สามารถที่จะดำเนินการตามลำพังคนเดียวให้เกิดประสิทธิผลตามต้องการได้ จึงจำเปีนต้องอาศัยความสามัคคีและร่วมมือจากคนอื่น ๆ ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมคุ้นเคยกัน โดยจัดการให้เป็นไปในรูปแบบต่างฯ เช่น มีการแบ่งานกันทำกับคนอื่น ๆ ตามหน้าที่และตามความสามารถที่แต่ละคนมีอยู่ การเสาะแสวงหาอาหาร การรู้จักทำการเพาะปลูก การสร้างที่อยู่อาศัย การจักหาเครื่องนุ่งน่มมาใช้ 

ตลอดจนสามารถบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บยามเจ็บไข้ได้ป่วย ซึ่งการได้ต่าง ๆ เหล่านี้ จัดเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการที่มนุษย์จำเป็นต้องอยู่รวมกันเป็นสังคม ต้องคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันตามควรแก่กรณี

  • มีความสามารถสร้างวัฒนธรรมต่างๆ ขึ้นมา

เพื่อใช้เป็นรูปแบบทางพฤติกรรมสนองประโยชน์ตามความต้องการในสังคมของตน ” ตามปัจจัยเครื่องอาศัยที่จำเป็นสำหรับมนุษย์โดยมากมักปรากฏในรูปของกาสร้างที่อยู่ถาศัย แบบแผนในการดำรงชีพ การประดิษฐ์สิ่งของเครื่องใช้ การร้างสื่อต้านการคิดต่อต่าง ๆ ขึ้นมา

 อันรวมไปถึงการจักติดต่อสื่อสารกับสังคมอื่น  การมีคติความเชื่อทางศาสนาอันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ การจักปลูกฝังค่านิยมให้กับสังคมเพื่อให้ยอมรับการกระทำต่าง  เป็นต้น 

 

การที่มนุษย์มาอยู่รวมกัน รู้จักถ่ายทอดทางวัฒนธรมบางสิ่งบางอย่างให้แก่กันและกัน เพื่อใช้เป็นเครื่องกำกับและควบคุมพฤติกรรมต่าง ๆ ของคนในสังคม ให้มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของสังคมนั้นๆเหล่านี้เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มนุษย์มาอยู่รวมกันเป็นสังคมขึ้น รวมกันเป็นสังคมแล้ว ก็มีการให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีความคิดสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาสนองความต้องการของสังคม ตลอดจนการสร้างรูปแบบความเป็นอยู่ มีสัญลักษณ์อันสามารถก่อให้เกิดความเข้าใจกันได้ในรูปของวัฒนธรรม อันถือว่าเป็นตัวการสำคัญในการอยู่ร่วมกันของมนุษย์

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่