คุณเคยสงสัยกันไหมว่า ทุกครั้งที่ไปหาหมอที่โรงพยาบาล ทำไมเขาถึงต้องให้เราวัดความดันโลหิตทุกครั้งก่อนเข้าตรวจ หรือเพราะว่า… ค่าความดันโลหิตมีความสำคัญกับร่างกายของเรา 

 

แล้วถ้ามันมีความสำคัญจริง มันจะสำคัญอย่างไร หรือบอกถึงปัญหาสุขภาพได้ในจุดไหน วันนี้นพ.จีระศักดิ์ สิริธัญญานนท์ อายุรแพทย์โรคหัวใจ แห่งคลินิกโรคหัวใจ โรงพยาบาลพญาไท 3 มีคำตอบมาฝาก

 

ความดันโลหิตคืออะไร และสำคัญอย่างไร

ความดันโลหิต หรือ Blood Pressure หมายถึงความดันเลือดภายในหลอดเลือดแดง หรือพูดง่ายๆ ว่า คือแรงดันเลือดที่ไปกระทบต่อผนังภายในหลอดเลือดแดงขณะส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย 

 

ซึ่งค่าความดันนี้สามารถวัดได้โดยเครื่องมือทางการแพทย์ ที่นอกจากจะบอกถึงความแรงของการสูบฉีดเลือดแล้ว ยังอนุมานได้ถึงสุขภาพของผนังหลอดเลือดว่ายังดีอยู่หรือไม่ เพราะหากผนังหลอดเลือดมีความผิดปกติ แข็ง ขาดความยืดหยุน มีตะกรันเกาะ หรือเริ่มตีบ ก็จะถูกฟ้องด้วยค่าความดันโลหิตที่สูงขึ้นนั่นเอง

 

เพราะความดันโลหิตสูงจะส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวมของร่างกาย และยังเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด รวมทั้งโรคไต และโรคแทรกซ้อนต่างๆ 

 

และหากมีการตีบ แตก หรือตันของหลอดเลือดสมองอย่างเฉียบพลัน อาจจะทำให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตได้ ดังนั้น ความดันโลหิตจึงมีความสำคัญ ที่ต้องใส่ใจดูแล และควรได้รับการตรวจอย่างละเอียด โดยเฉพาะกับผู้ที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นโรคความดันโลหิตสูง หรือมีความดันโลหิตผันผวน

 

วัดความดันโลหิตแต่ละครั้ง ทำไมตัวเลขจึงไม่เท่ากัน?

เมื่อเราทำการวัดความดันโลหิตแล้วพบว่ามีตัวเลขที่สูงกว่ามาตรฐาน ก็อย่าเพิ่งตกใจหรือกังวลมากไป เพราะในแต่ละครั้งที่ทำการวัด ตัวเลขอาจต่างกันเล็กน้อยได้ ตามปัจจัยในขณะนั้น เช่น

 

มีภาวะทางอารมณ์ตื่นเต้น เครียด หรือมีความกังวล ซึ่งส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้

โดยความดันโลหิต กับตัวเลขที่เหมาะสมเราจะทราบได้อย่างไรว่าความดันโลหิตยังปกติดีอยู่ คำตอบคือ ในทางการแพทย์นั้นมีตัวเลขที่เป็นมาตรฐานอยู่ 2 ตัว คือ

 

1.ค่าความดันโลหิตตัวบน คือค่าความดันขณะที่หัวใจบีบตัว (Systolic Pressure) ส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกาย ซึ่งค่ามาตรฐานจะอยู่ที่ 120 มม.ปรอท 

 

2.ค่าความดันโลหิตตัวล่าง คือค่าความดันขณะที่หัวใจคลายตัว (Diastolic Pressure) ซึ่งค่ามาตรฐานจะอยู่ที่ 80 มม.ปรอท

 

โดยทั่วไปแล้ว หากความดันโลหิตสูงกว่าค่ามาตรฐานเพียงเล็กน้อยก็ยังไม่ถึงกับเป็นอันตรายหรือเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง แต่หากค่าความดันโลหิตตัวบนของใครสูงถึง 139 มม.ปรอท หรือค่าความดันโลหิตตัวล่างสูงถึง 89 มม.ปรอทเป็นประจำ 

 

โดยนั่นอาจแสดงถึงภาวะหลอดเลือดแดงเริ่มมีปัญหา สิ่งแรกที่ทำได้คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้ค่าความดันโลหิตลงลง หากปรับพฤติกรรมไปสักพักแล้วแต่ค่าความดันโลหิตยังสูงอยู่ เราแนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยและได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

 

อาการของโรคความดันโลหิตสูง

ปกติแล้วคนที่มีความดันโลหิตสูงไม่มากนักมักไม่มีอาการแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ซึ่งทำให้พวกเขาละเลยในการไปพบแพทย์ ต่อเมื่อเวลาผ่านไปความดันโลหิตที่สูงมากขึ้นอาจแสดงออกในรูปแบบอาการต่างๆ เช่น รู้สึกเหนื่อยง่าย ปวดศีรษะบ่อย มึนงงเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถ มีเลือดกำเดาไหล 

 

ซึ่งใครก็ตามที่มีอาการเหล่านี้ควรได้รับการตรวจประเมินเรื่องความดันโลหิตอย่างจริงจัง เพราะอาการที่ว่ามานี้สามารถเกิดได้จากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่เพราะความดันโลหิตสูงเพียงอย่างเดียว ผู้ที่มีอาการอาจเป็นโรคอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับความดันโลหิตเลยก็ได้

 

ทั้งหมดนี้คือคุณประโยชน์ของเครื่องวัดความดันนั่นเอง หากเมื่อเราได้ทำการวัดความดันอยู่บ่อยๆก็จะสามารถรู้ความดันตัวเองและทำให้รู้ว่าตัวเองมีความผิดปกติอะไรได้บ้างนั่นเอง