modern south korea

เกาหลีใต้ยุคใหม่ modern south korea

สาธารณรัฐที่หนึ่ง เมื่อองค์การสหประชาติได้จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในเกาหลีส่วนทางใต้ modern south korea ในเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 1948 เพื่อเลือกผู้แทนจำนวน 210 คน เข้าไปจัดตั้งสมัชชาแห่งชาติและทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญของประเทศรวมทั้งจัดตั้งรัฐบาล สมัชชาแห่งชาติได้เลือก ดร.ชิงมัน รี ขึ้นเป็นประธานาธิบดีและมีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้น ต่อมาหัวหน้ารัฐบาลทหารอเมริกันซึ่งทหน้าที่ปกครองเกาหลีระหว่างปี ค.ศ.1945-1948 ก็ได้ประกาศมอบอำนาจในการบริหารประเทศให้แก่รัฐบาลใหม่เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 1948 ซึ่งในวันนี้เองที่ถือกันว่าเป็นวันกำเนิดของสาธารณรัฐที่หนึ่งของประเทศกาหลีใต้และรัฐบาลได้ถือเป็นวันชาติตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา การเมืองในยุคต้นของสาธารณรัฐที่หนึ่งอาจกล่าวได้ว่า มีลักษณะเป็นแบบประชาธิปไตยมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสาธารณรัฐเกาหลี 

ลักษณะเด่นที่น่าสนใจยิ่งในระบบการเมืองของประเทศที่เกิดใหม่ modern south korea

 กล่าวคือการเลือกตั้งทั่วไปเป็นการแข่งขันระหว่างผู้สมัครรับเลือกตั้งที่เป็นผู้นำหรือวีรบุรุษของชาติที่เคขต่อสู้กับผู้ปกครองจักรวรรดินิยมญี่ปุ่นเป็นระยะเวลาอันยาวนาน ไดยได้ดำเนินการต่อสู้ทั้งกลุ่มที่อพยพหนีไปอยู่ต่างประเทศ และกลุ่มใต้ดินภายในประเทศ ดังนั้นผู้นำของแต่ละกลุ่มจึงได้รับการยกข่องจากประชาชนเกาหลีเป็นอันมาก เช่น ดร.ซิงมัน รี นาย

ดิม ซุง นายคิม ถู นายอัน ไซฮอง และนายปัก เอิน เป็นต้นในการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างขาวสะอาด ปราศจากการใช้อำนาจอื่นใดแอบแฝงเพราะทุกคนที่สมัครต่างเริ่มต้นจากจุดเดียวกันทั้งสิ้น ผลแห่งการเลือกตั้งปรากฎว่า  ผู้สมัครอิสระได้รับเลือก 85 ที่นั่ง กลุ่มของ ดร.ซิงมัน รี ได้รับเลือก 55 ที่นั่ง พรรประชาธิปไตย

เกาหลี (Korean Democratic Party) ได้ 28 ที่นั่ง และผู้สมัครจากพรรคเล็ก ๆ ได้ 32 ที่นั่งการที่สมัชชาแห่งชาติเลือก ดร.ซิงมัน รี เป็นผู้นำประเทศพราะบุคคลนี้ได้เสียสละและยืนหชัดต่อสู้เพื่อกอบกู้เอกราชของชาติ แม้ต้องไปลี้ภัยยังประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้ตั้งตัวเป็นผู้นำและร่วมมือกับเพื่อนร่วมชาติทุกกลุ่มในการต่อต้านการยึดครองของญี่ปุ่น

เป้าหมายหลักของพรรคและกลุ่มการเมืองทุกกลุ่มคือการสร้างชาติโดยคนเกาหลีเอง ดังนั้นเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายหลักนี้จึงได้มอบอำนาจให้กับประธานาธิบดีเพื่อสร้างประเทศให้เป็นปีกแผ่นและเข้มแข็ง

การแบ่งแยกเกาหลีออกเป็นสองส่วนขังผลให้การเมืองเกาหลีใต้ปลอดจากการท้าทายจากกลุ่มซ้ำจัด เพราะฝ่ายนิยมคอมมิวนิสต์ได้แยกตัวออกไปปกครองเกาหลีเหนือ ในขณะเดียวกันผู้นำของเกาหลีใต้ต้องร่วมกันพิสูจน์ให้เห็นว่า การนำระบบทุนนิขมประชาธิปไตยมาใช้เป็นพื้นฐานทางเศรษฐกิจจะทำให้ประเทศชาติพัฒนาได้ดีและร วดเร็วกว่าการปกครองตามลัทธิคอมมิวบิสต์ ด้วยเหตุนี้ เอกลักษณ์ของชาติจึงได้ถูกจัดสร้างขึ้นมาอย่างรีบด่วน  โดยอิงแม่แบบการเมืองการปกครองของประเทศเสรีประชาธิปไตยโดยเฉพาะอย่างยิ่งของประเทศ

สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นมหาอำนาจที่คอยปกป้องและช่วยเหลือเกาหลีใต้มาตั้งแต่ต้น รวมทั้งเป็นผู้นำการปกครองแบบประชาธิปไตยในระบบทุนนิยมด้วยอนึ่ง ในช่วงเวลานั้น ประชาชนเกาหลีใต้ทุกคนมีความปีติยินดีที่ประเทศได้รับเอกราชและปกครองในระบอบประชาธิปไตยด้วยคนเกาหลี วมทั้งคาดหวังไว้ว่าสักวันหนึ่งประเทศเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้คงจะสามารถรวมกันเป็นประเทศเดียวกันได้เช่นอดีตกาลแต่ความยินดีปรีดาดังกล่าวมิได้เป็นไปอย่างราบรื่นนานนัก เพราะในวันที่ 25 มิถุนายน ปี ค.ศ. 1950 เกาหลีเหนือได้ส่งกองกำลังมากกว่า 60,000 คนรุกล้ำข้ามเส้นขนานที่ 38 ลงไป

และสามารถยึดกรุงโซลได้ภายใน  5  วัน วัตถุประสงค์สำคัญก็คือการรวมประเทศด้วยกำลังโดยมิให้ฝ่ายทางใต้รู้ตัวจากเหตุการณ์ดังกล่าว สหรัฐอเมริกาและองค์การสหประชาชาติจึงต้องทุ่มเทกำลังทหารเพื่อช่วยเหลือประเทศเกาหลีใต้ต่อสู้ขับไล่กองทัพแดงออกไป กองทัพของสหประชาชาติ 18 ชาติสามาถรุกไล่เกาหลีเหนือออกไปและยึดเขตแดนตอนเหนือไว้ได้ต่อมาสงครามได้ขยายตัวออกไปเมื่อจีนแดงเข้าร่วมกับเกาหลีเหนือเพื่อแย่งดินแดนกลับคืนมาทำให้สงครามทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น 

เรื่องของสงครามเกาหลีเป็นอย่างไร

ดำเนินไปเป็นเวลานานถึง 3 ปี จึงได้มีการลงนามในสัญญาหยุดยิงขึ้นที่หมู่บ้านปั่นมุนจอมในวันที่ 27 กรกฎาคม ปี ค.ศ.1953ผลของสงครามก่อให้เกิดความเสีหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินมากมาย กล่าวกันว่ามีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บกว่า 1.3 ล้านคน ทรัพข์สินเสียหายราว 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สภาพบ้านแตกสาแหรกขาค คนไร้ที่อยู่อาสัยนับล้ำน และมีผู้อพยพมาจากเกาหลีเหนือไม่น้อยกว่า 1.5 ล้นคน

 

กล่าวโดยสรุป การเมืองของเกาหลีได้เริ่มต้นจากการเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงในระยะเริ่มแรกของการตั้งเป็นสาธารณรัฐที่หนึ่ง และได้กลายเป็นการเมืองในระบบเผด็จการในระยะเวลาต่อมา แม้ว่าจะมีการ ใช้กลไกทางการเมือง เช่น ระบอบประชาธิปไตยตามแม่แบบของประเทศตะวันตก  กล่าวคือ มีการแข่งขันระหว่างพรรคการเมือง มีการเลือกตั้งทั่วไป มีรัฐสภา และมีรัฐธรรมนูญ แต่กลุ่มผู้ปกครองกลุ่มนั้นกลับใช้อำนาจบีบบังกับให้กลไกทางการเมืองเหล่านั้นเป็นเครื่องมือเพื่อก่อให้เกิดประ โยชน์แก่กลุ่มตนเพียงฝ่ายเดียว

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่