debtor management

คนมีลูกหนี้ต้องอ่าน debtor management

ลูกหนี้ debtor management คือสินทรัพย์อย่างหนึ่งของธุรกิจ บัญชีลูกหนี้จะเป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าธุรกิจมีสินทรัพย์ประเภทนี้อยู่มากน้อยเพียงใด ตามปกติธุรกิจที่ขายสินค้าหรือบริการเป็นเงินเชื่อย่อมมีลูกหนี้เกิดขึ้น ลูกหนี้ประเภทนี้เรียกว่าลูกหนี้การค้า

ลูกหนี้ debtor management คืออะไร

โดยคำว่าลูกหนี้นั้น จัดเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องน้อยกว่าเงินสด การที่ธุรกิจมีบัญชีลูกหนี้อยู่เป็นจำนวนมากย่อมมีความเสี่ยงต่อการที่จะเกิดหนี้สูญได้มากขึ้นด้วย แต่อย่างไรก็ตามธุรกิจส่วนมากไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงนี้ได้ เพราะธรรมดาของการขายสินค้าและบริการนั้น ถ้าจะขายให้ได้ยอดขายสูง ๆ ก็จำเป็นต้องขายทั้งที่เป็นเงินสดและเงินเชื่อด้วย

แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายประเภทหนี้สูญเกิดขึ้นกี่ตาม แต่ธุรกิจก็จะได้รับผลกำไรเพิ่มขึ้นจาก กการใช้นโยบายการขายแบบนี้ บัญชีลูกหนี้จึงเปรียบเสมือนหนึ่งเป็นเครื่องมือทางการตลาดในการส่งเสริมการขายเพียงเพื่อจะได้ทำให้ธุรกิจได้กำไรเพิ่มขึ้น

วัตถุประสงค์ของนโยบายเกี่ยวกับลูกหนี้ของธุรกิจจึงเท่ากับว่าเป็นการสนับสนุนการขายโดยให้เครดิตแก่ลูกค้า ซึ่งจะทำให้ธุรกิจได้ลูกค้าเพิ่มมากขึ้นการที่ธุรกิจใช้นโยบายในการขายสินค้าและบริการเป็นเงินเชื่อก็เพื่อที่จะได้บรรลุวัตถุประสงค์พื้นฐาน 3 ประการ

วัตถุประสงค์พื้นฐาน 3 ประการคือ

  1. เพื่อเพิ่มยอดขาย การที่ธุรกิจขายสินค้าเป็นเงินเชื่อย่อมจะทำให้ได้ถูกค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่มีราคาด่อนข้างสูงเช่น บ้านจัดสรร รถยนต์ เครื่องเรือน ฯลฯ ถ้าจะขายเป็นเงินสดอย่างเดียวแล้วจะหาลูกค้าที่มีกำลังเงินดีพอที่จะซื้อสินค้าประเภทนี้ได้ยาก ธุรกิจจึงต้องสนับสนุนการขายสินค้าโดยการให้เครดิตแก่ถูกค้าของตนอันจะมีผลทำให้ยอดขายสินค้าเพิ่มขึ้น
  2. เพิ่มผลกำไร เป็นผลสืบเนื่องมาจากข้อ 1 ที่ว่าเมื่อยอดขายได้เพิ่มขึ้นแล้ว หากค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่าก็จะทำให้ธุรกิจได้กำไรเพิ่มขึ้น ถ้าหากธุรกิจไม่เห็นความสำคัญของนโยบายการขายสินค้าเป็นเงินเชื่อแล้ว ธุรกิจก็คงจ จะขายสินค้าเป็นเงินสดแค่เพียงอย่างเดียว ซึ่งจะมีผลทำให้กำไรของธุรกิจนั้นไม่มากเท่าที่ควร
  3. ผลทางด้านการแข่งขันทางการค้าเนื่องจากในวงการธุรกิจย่อมมีการแข่งขันเพื่อจะดึงลูกค้ามาซื้อสินค้าของตนให้มากที่สุด การให้เครดิตก็เป็นนโยบายอันหนึ่งที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถดึงลูกค้าให้มาสนใจซื้อสินค้าของตนให้มากขึ้น อย่างไรก็ตามในธุรกิจที่ประกอบการค้าประเภทเดียวกันก็มักจะกำหนดเงื่อนไขการให้เครดิตที่คล้ายกลึงกันหรือเหมือนกัน ทั้งนี้นอกจากจะเป็นการดึงดูดลูกค้ำให้มาซื้อสินค้าแล้วยังเป็นการป้องกันมิให้ตนต้องเสียลูกค้าเก่าอีกด้วย

ธุรกิจมีลูกหนี้การค้าจะต้องเสียค่าใช้ง่ายต่าง ๆ มีอะไรบ้าง

  • ค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับเงินทุน เมื่อธุรกิจได้ขยายเครดิตออกไปก็จะต้องใช้เงินทุนเพิ่มขึ้นละจำต้องมีเงินทุนหรือได้เงินทุนจากแหล่งต่าง ๆ มากพอที่จะใช้เพื่อการนี้โดยปกติแล้วธุรกิจที่ทำการผลิตสินค้าจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็นประจำอยู่แล้ว ค่าใช้จ่ายเหล่านั้นได้แก่ วัตถุดิบ ค่าแรงงาน และค่าโสหุ้ยการผลิต เมื่อผลิตสินค้าสำเร็จ ธุรกิจจะนำสินค้านั้นออกขายไปแต่ถ้าการขายนั้นเป็นการขายเชื่อธุรกิจก็จะต้องรอเวลาที่ลูกหนี้จะชำ ระเงินให้ในช่วงระยะเวลาที่รอคอยการชำระหนี้จากลูกหนี้นี้เอง ธุรกิจจะต้องมีเงินหรือต้องหาเงินมาใช้ลงทุนไปก่อน นั่นก็คือเงินทุนที่ธุรกิจได้ลงทุนไปนั้นย่อมจะต้องมีค่าใช้ง่ายของเงินทุนเกิดขึ้นเป็นการควบคู่กันไป
  • ในการเก็บหนี้ เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการที่ธุรกิจให้เครดิตแก่ลูกค้า เช่นเงินเดือนและค่าจ้างของพนักงานฝ่ายสินเชื่อ ค่าใช้ง่ายในการติดตามทวงหนี้ เป็นต้น ถ้าหากธุรกิจขายสินค้าเป็นเงินสดแต่เพียงอย่างเดียว ค่าใช้จ่ายในการเก็บหนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น
  • สำหรับการที่ลูกหนี้ชำระหนี้ล่าช้า เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการที่ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามกำหนด ทำให้ธุรกิจต้องเสียค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพิ่มขึ้น
  • ค่าใช้ง่ายเกี่ยวกับหนี้สูญ เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการที่ลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ แต่ธุรกิจจะตัดลูกหนี้เป็นหนี้สูญได้ก็ต่อเมื่อได้ทำการติดตามทวงหนี้จนถึงที่สุดแล้ว

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่